วันนี้จะขอพูดเรื่องการเลือกบุคคลเข้ามาบริหารทีม
ผมมีโอกาสได้ไปชมเกมระหว่างบางกอกกล็าสพบศรีราชาและได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในสโมสรฟุตบอลบางกอกกล็าส
ทำให้ได้ทราบว่าจริงๆ แล้ว บุคลากรที่ทำหน้าที่ต่างๆ ในสโมสร เช่น ฝ่ายจัดการแข่งขัน ฝ่ายจำหน่ายตั๋วเข้าชม
ฝ่ายจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก และฝ่ายอื่นๆ อีกมากมาย บุคลากรทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพนักงานในบริษัท
บางกอกกลาสทั้งสิ้น โดยแต่ละคนจะได้รับมอบหมายในงานที่ตัวเองถนัดซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกี่ยวข้องกับ
ตำแหน่งงานที่แต่ละคนได้ทำอยู่แล้วในบริษัท
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ส้มซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทบางกอกกล็าส ส่วนตำแหน่งภายในสโมสร
ที่พี่ส้มดูแลอยู่ก็คืองานประชาสัมพันธ์ของสโมสร นอกจากนี้ยังดูแลในส่วนของเว็บสโมสรโดยเป็นผู้กำหนด theme
และวาง concept การออกแบบให้กับเว็บไซต์ www.bangkokglassfc.com
และอีกท่านหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยคือพี่ภักดี ตำแหน่งในบริษัทของพี่ภักดีที่ทำอยู่นั้นจะอยู่ในฝ่ายทรัพยากรบุคคล
และหน้าที่ๆได้รับในสโมสรก็คือดูแลและรับผิดชอบในส่วนของเว็บบอร์ด เป็นผู้วางกฎระเบียบต่างๆในบอร์ดรวมทั้ง
ดูแลความเรียบร้อยซึ่งแน่นอนว่าเว็บบอร์ดนั้นมีผู้คนเข้ามาใช้งานมากมาย และการดึงเอาคนที่ถนัดในด้านการคัดสรรค์บุคคล
เข้ามาดูแลในส่วนนี้จึงถือเป็นความลงตัวและเหมาะเจาะอย่างยิ่ง นอกจากนี้บรรดากระต่ายทั้งหลายที่มาช่วยเชียร์
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพนักงานในบริษัทผู้ผ่านการคัดสรรค์หน้าตามาแทบทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าบางกอกกลาส
บริหารงานอย่างมืออาชีพมากๆ
พอจะมองเห็นหรือยังครับว่าการใช้คนให้เหมาะกับงานนั้นสำคัญขนาดไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าคนๆนั้นต้องมีความรู้ความสามารถ
ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นจริงๆ (put the right man on the right job )
________________________________________________________________________________
คราวนี้กลับมายังสกลนครFC ของเรา ถ้าเราจะดัดแปลงจากกรณีในข้างต้น บางคนก็อาจจะบอกว่าในเมื่อ อบจ.เป็นเจ้าของทีม
ถ้ายังงั้นก็ดึงคนใน อบจ. เหมือนกับที่บางกอกกลาสดึงคนในบริษัทสิ ....ถ้าคิดแบบนี้ก็อาจตรงตามหลักตรรกะ
แต่ทว่า!ในสภาพความเป็นจริงแล้ว จะมีพนักงานคนไหนบ้างล่ะที่จะยอมสละเวลาส่วนตัวในวันเสาร์อาทิตย์มาทำงานในส่วนนี้
และการที่เขาเลือกที่จะไม่โดดลงมาทำก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาอยู่แล้ว แต่ที่บางกอกกลาสทำได้
เพราะเขาเป็นเอกชน เขาจะให้พนักงานมาทำงานแล้วจ่ายเป็นโอทีก็ย่อมได้โดยที่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
แต่สำหรับเรานั้นเป็นระบบราชการและไม่มีงบในส่วนนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นมันก็จะกลับมาเรื่องเดิมที่ผมเคยพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นก็คือ
การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตั้งเป็นบริษัทสโมสรฟุตบอลสกลนคร เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย มีคณะทำงาน มีบุคลากรที่ชัดเจน
กล่าวคือมีการทำงานที่เต็มเวลา ไม่ใช่จัดตั้งขึ้นมาแค่การณ์เฉพาะกิจแต่อย่างใด และที่สำคัญต้องคัดสรรค์บุคคลเข้ามาทำงานในสโมสร
โดยการคัดเลือกคนที่เหมาะสมมีความรู้ความสามารถเพราะเราก็เห็นตัวอย่างจากบางกอกกล็าสมาแล้ว
ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ใครเป็นฝ่ายหาสปอนเซอร์ก็พยามหาสปอนเซอร์และสร้าง connection กับพันธมิตรต่างๆ
ใครเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันก็จัดระบบการแข่งขันให้เป็นมาตรฐาน ฝ่ายไหนหรือคนไหนทำไม่ดีก็ประเมินออกเหมือนบริษัทเอกชน
และหาคนที่เก่งกว่าหรือเหมาะสมกว่ามาทำแทน ยิ่งสมัยนี้ทีมฟุตบอลมีกันทุกจังหวัด การที่จะบอกว่าคนไหนหรือฝ่ายไหนทำงานไม่ดี
มันดูง่ายจะตายไปครับ แค่ดูเปรียบเทียบกับทีมจังหวัดอื่นก็เห็นภาพแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาทำจึงจำเป็นต้องมีความรู้และต้อง active
อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมกับภาระงานที่ทำ ส่วนทางด้านโค๊ชและนักเตะต้องได้รับเงินค่าเหนื่อยเป็นเดือน
มีสัญญาการจ้างระบุชัดเจนซึ่งมันจะมีผลเมื่อเรามีการซื้อขายนักเตะรวมถึงข้อตกลงต่างๆตลอดระยะเวลาภายใต้สัญญานั่นเอง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าเป็นนิติบุคคลแล้วทีมจะรุ่งจริงหรือ? ผมไม่ขอตอบ...แต่จะขอเอ่ยชื่อทีมที่จดเป็นนิติบุคคลเรียบร้อยแล้วให้ได้ทราบกันไม่เอาทีมไกลที่ไหนหรอกครับ เอาใกล้ๆบ้านเรานี่แหละ 1.โคราช 2.อุดรธานี 3.ขอนแก่น 4.ศรีสะเกษ เอาแค่ 4 ทีมนี้ก่อนละกันครับ ไม่ทราบว่าพอจะมองเห็นอะไรใน 4 ทีมนี้แล้วรึยัง ผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนคงมองเห็นคำตอบกันหมดแล้ว แต่ถ้าใครยังล่ะก็ผมจะเกริ่นให้นิดนึงก็ได้ครับว่า
- ลองเข้าไปดูโครงสร้างการบริหารงานของสโมสรเหล่านี้
- ลองเข้าไปดู job description ของแต่ละคนที่ทำงานในสโมสรเหล่านี้
- ลองไปดูการทำงานจริงๆของพวกเขา
- และสุดท้ายลองดูอันดับและดิวิชั่นที่ทีมเหล่านี้เป็นอยู่ ณ วันนี้
ที่นี้พอจะเห็นภาพคร่าว ๆ แล้วใช่มั้ยครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ





